💰 ข้อสอบเคส สป.กษ.

เคสตัวอย่าง สป.กษ. 7 ข้อ · 📖 ดูเนื้อหาเต็ม สป.กษ.

📝 ข้อสอบเคสตัวอย่าง — ทดสอบตัวเอง!

📝 เคส 1: วิเคราะห์สินเชื่อ

โจทย์: ลูกค้ารายหนึ่งมาขอกู้เงิน สป.กษ. วงเงิน 500,000 บาท เพื่อชำระหนี้นอกระบบ แต่เมื่อวิเคราะห์ตามหลักเกณฑ์สินเชื่อปกติของ ธ.ก.ส. พบว่าลูกค้าเข้าเกณฑ์สินเชื่อปกติได้

ถาม: พนักงานควรทำอย่างไร?

✅ คำตอบที่ถูก

ตอบ: ให้ลูกค้ากู้สินเชื่อปกติของ ธ.ก.ส. ก่อนเสมอ

เหตุผล: ตามวิธีปฏิบัติ สป.กษ. จะต้องวิเคราะห์ด้วยเกณฑ์สินเชื่อปกติของ ธ.ก.ส. ก่อนเสมอ หากไม่เข้าหลักเกณฑ์จึงจะพิจารณาให้กู้ผ่านกองทุน สป.กษ.

⚠️ จุดดัก: นักเรียนมักตอบ "ให้กู้สป.กษ.ทันที" โดยไม่วิเคราะห์เกณฑ์ปกติก่อน

📝 เคส 2: การไกล่เกลี่ย

โจทย์: เกษตรกรรายหนึ่งกู้เงิน สป.กษ. ไปชำระหนี้นอกระบบ ต่อมาเจ้าหนี้เดิมฟ้องร้องดำเนินคดี ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ถาม: ธ.ก.ส. ควรทำอย่างไร?

✅ คำตอบที่ถูก

ตอบ: ช่วยไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกศาลก่อน

เงื่อนไข: "ศาลยังไม่พิพากษา" → ไกล่เกลี่ยนอกศาล
แต่ถ้า "ศาลพิพากษาบังคับคดีแล้ว" → ธนาคารต้องนำเงินไปวางที่สำนักงานบังคับคดี (ห้ามจ่ายเงินสดให้ผู้กู้หรือเจ้าหนี้โดยตรง)

⚠️ จุดดัก: นักเรียนมักลืมว่าถ้าศาลพิพากษาแล้ว ต้องวางเงินที่สำนักงานบังคับคดี ไม่ใช่จ่ายให้ลูกค้า

📝 เคส 3: การจ่ายเงินกู้

โจทย์: สป.กษ. อนุมัติเงินกู้ให้ลูกค้า วงเงิน 400,000 บาท และโอนเงินมาที่ ธ.ก.ส. สาขานางเลิ้งเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569

ถาม: สาขาต้องจ่ายเงินกู้ให้ลูกค้าให้แล้วเสร็จภายในวันที่เท่าไหร่?

✅ คำตอบที่ถูก

ตอบ: ต้องจ่ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 16 มี.ค. 2569 (60 วันนับแต่วันที่ได้รับโอน)

วิธีคิด: 15 ม.ค. + 60 วัน = 16 มี.ค. 2569

ถ้าไม่สามารถจ่ายได้ทัน → ต้องโอนเงินคืน สป.กษ. ทันที

⚠️ จุดดัก: อย่าลืมว่า 60 วันนับจากวันที่ได้รับโอนเงิน ไม่ใช่วันที่ลูกค้ามาทำสัญญา

📝 เคส 4: การทำสัญญา

โจทย์: ลูกค้าได้รับอนุมัติเงินกู้ สป.กษ. 300,000 บาท ผจข. ยุ่งกับงานมาก จึงมอบหมายให้พนักงานการเงิน去做สัญญาแทน

ถาม: การกระทำของผจข.ถูกต้องหรือไม่?

❌ คำตอบ: ไม่ถูกต้อง!

ตอบ: ผจข. ไม่สามารถมอบอำนาจซ้อนได้

ผจข. ได้รับมอบอำนาจช่วงจากสป.กษ. มาแล้ว ไม่สามารถมอบอำนาจช่วงต่อให้พนักงานคนอื่นไปทำแทนได้อีก

ถ้างานเยอะจริงๆ → ให้ สนจ. เสนอชื่อขออนุมัติมอบอำนาจช่วงใหม่จากส่วนกลางเท่านั้น

⚠️ จุดดักข้อสอบ: ข้อนี้ออกบ่อยมาก! ผจข. ลงนามเองเท่านั้น ห้ามมอบต่อ

📝 เคส 5: วงเงินอนุมัติ

โจทย์: เกษตรกรยากจนรายหนึ่งต้องการกู้เงิน สป.กษ. วงเงิน 350,000 บาท เพื่อไถ่ถอนที่ดินคืนจากการขายฝาก

ถาม: อำนาจอนุมัติอยู่ที่หน่วยงานใด?

✅ คำตอบที่ถูก

ตอบ: อชก.ส่วนจังหวัด / กทม.

เพราะวงเงิน 350,000 บ. เกิน 300,000 แต่ไม่เกิน 500,000 → ต้องให้อชก.จังหวัดอนุมัติ

ถ้า ≤ 300,000 → อชก.อำเภอ ถ้า > 300K แต่ ≤ 500K → อชก.จังหวัด

📝 เคส 6: หลักประกันไม่พอ

โจทย์: ลูกค้าขอสป.กษ. วงเงิน 500,000 บาท มีอสังหาฯ ประเมินได้ 380,000 บาท (76% ของเงินกู้) ไม่มีเงินสดค้ำ

ถาม: ต้องทำอย่างไรกับหลักประกัน?

✅ คำตอบที่ถูก

ตอบ: ต้องนำหลักประกันมาจำนองเพิ่ม หรือใช้บุคคลค้ำประกันร่วม

เงื่อนไข: ราคาประเมินต้องไม่น้อยกว่า 70% ของเงินกู้ ถ้าน้อยกว่าต้องจำนองเพิ่ม

380,000/500,000 = 76% > 70% → ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่ยังไม่พอ ต้องมีหลักประกันเพิ่มหรือค้ำประกันร่วม

📝 เคส 7: ผู้กู้เป็นข้าราชการ + คู่สมรสยื่นกู้แทน

โจทย์: นายกเป็นข้าราชการครู มีหนี้นอกระบบ 200,000 บ. อยากกู้ สป.กษ. แต่นางสาวขวัญ (คู่สมรส) เป็นเกษตรกร นางสาวขวัญสามารถมายื่นกู้ สป.กษ. แทนนายกได้หรือไม่?

ถาม: พนักงานควรดำเนินการอย่างไร?

✅ คำตอบที่ถูก

ตอบ: ได้ แต่ต้องเป็นชื่อนางสาวขวัญเป็นผู้กู้

เหตุผล: สป.กษ. มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนหรือผู้ยากจนเท่านั้น ข้าราชการมีรายได้ประจำสม่ำเสมอ ไม่เข้าเกณฑ์ผู้ยากจนตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

นางสาวขวัญ (คู่สมรส) เป็นเกษตรกร → เข้าเกณฑ์ผู้กู้ สป.กษ. → สามารถยื่นกู้ได้ในชื่อของตนเอง

เงินกู้จะอยู่ในชื่อนางสาวขวัญ ไม่ใช่นายก นายกทำได้แค่ค้ำประกันหรือช่วยเหลือภาระหนี้ในฐานะคู่สมรส

⚠️ จุดดักข้อ 1: ข้าราชการไม่สามารถอ้างว่าตนเองเดือดร้อนแล้วขอกู้ สป.กษ. ในชื่อตนเองได้

⚠️ จุดดักข้อ 2: ถ้าสามี-ภรรยาเป็นข้าราชการทั้งคู่ → ไม่มีสิทธิ์กู้ สป.กษ. ต้องใช้สินเชื่อปกติ (สวัสดิการครู)

⚠️ จุดดักข้อ 3: ถ้าคู่สมรสไม่ได้เดือดร้อน แต่ข้าราชการขอให้ไปกู้แทน → ถือเป็นการทุจริต/แอบอ้างสิทธิ์ มีโทษตามกฎหมาย

กลับหน้าหลัก