🏦 ธ.ก.ส. อยู่ในกำกับ ปปง.

การป้องกัน & ปราบปราม
การฟอกเงิน (AML/CTF)

สรุปเนื้อหาตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ครอบคลุมทุกแบบรายงาน ทุกหน้าที่ของพนักงานธนาคาร พร้อมข้อสอบวิเคราะห์สถานการณ์ 10 ข้อ

📘 15 หัวข้อหลัก ✍️ 10 ข้อสอบวิเคราะห์สถานการณ์ 📋 5 แบบรายงาน ปปง.

📜 1. พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

ภาพรวมกฎหมาย

พ.ร.บ. ปปง. เป็นกฎหมายหลักในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของไทย โดยมี สำนักงาน ปปง. เป็นหน่วยงานกำกับดูแล

  • ธ.ก.ส. มีสถานะเป็น สถาบันการเงินที่มีหน้าที่รายงาน ตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ. ปปง.
  • ต้องรายงานธุรกรรมตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต่อ ปปง. อย่างเคร่งครัด
  • พนักงานธนาคารทุกคนมีหน้าที่ แจ้งธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report — STR)
  • การละเลยไม่ปฏิบัติตามมี โทษทั้งทางวินัยและทางอาญา
  • แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปปง. (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565 และ ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2567
📌 คณะกรรมการ ปปง.

ประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งและผู้ทรงคุณวุฒิ มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย วางมาตรการ ออกระเบียบ/ประกาศ กำกับดูแลผู้มีหน้าที่รายงาน รวมทั้งสั่งอายัดหรือยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

🔗 2. ความผิดมูลฐาน (Predicate Offenses)

การฟอกเงินต้องเกิดจาก ความผิดมูลฐาน คือความผิดที่เป็นต้นทางของเงินหรือทรัพย์สินที่ถูกฟอก ปัจจุบันมี 28 ประเภทความผิดมูลฐาน ที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • ยาเสพติด ผลิต/จำหน่าย/นำเข้า/ส่งออกยาเสพติดให้โทษ
  • การทุจริต ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อภาครัฐ
  • ค้ามนุษย์ การค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ
  • การพนัน การจัดให้มีการเล่นการพนันโดยผิดกฎหมาย
  • ภาษีอากร การหลีกเลี่ยงภาษีอากรที่มีลักษณะเป็นขบวนการ
  • หลักทรัพย์ การปั่นหุ้น/ฉ้อโกงหลักทรัพย์
  • คอร์รัปชัน สินบน/คอร์รัปชัน
  • อาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์, บัญชีม้า, หลอกลวงทางออนไลน์
  • และการผิดอื่น ๆ อีก เช่น การก่อการร้าย, ลักทรัพย์/ฉ้อโกง, ปลอมแปลง, ค้าอาวุธ, ละเมิดลิขสิทธิ์ ฯลฯ

💡 ข้อควรจำ: ความผิดมูลฐานไม่จำเป็นต้องมีคำพิพากษา — แค่มีเหตุน่าเชื่อว่าทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานก็เพียงพอต่อการอายัด

🔄 3. กระบวนการฟอกเงิน 3 ขั้นตอน

การฟอกเงินมักดำเนินการเป็น 3 ขั้นตอน เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงินที่ได้จากการกระทำผิด:

ขั้นที่ 1
📥 การวาง
Placement
นำเงินสดผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบการเงิน
ขั้นที่ 2
🔀 การแยก
Layering
โอน/ย้ายผ่านหลายบัญชีหลายชั้น
ขั้นที่ 3
💰 การกลืน
Integration
เงินกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
  • Placement: ฝากเงินสดเข้าธนาคาร ซื้อทรัพย์สินด้วยเงินสด นำเงินเข้าสู่ระบบ
  • Layering: โอนเงินข้ามบัญชี เปลี่ยนสกุลเงิน ซื้อขายหลักทรัพย์ สร้างธุรกรรมซับซ้อน
  • Integration: ใช้เงินในระบบปกติ — ซื้อบ้าน รถยนต์ ลงทุนธุรกิจ ดูเหมือนเงินถูกต้อง

🆔 4. KYC / CDD — การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า

หลักการสำคัญ

พนักงานธนาคารต้อง รู้จักและตรวจสอบลูกค้า ก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง เพื่อป้องกันการใช้ธนาคารเป็นช่องทางฟอกเงิน

📋 ขั้นตอน CDD ปกติ
  1. ระบุตัวตน (Identification) — ขอหลักฐานแสดงตน: บัตร ปชช., หนังสือเดินทาง หรือเอกสารราชการอื่น
  2. ตรวจสอบตัวตน (Verification) — ยืนยันว่าลูกค้าตรงกับเอกสาร ตรวจสอบใบหน้า-รูปถ่าย, ลายน้ำ, โฮโลแกรม
  3. บันทึกข้อมูล — จัดเก็บข้อมูลลูกค้าในระบบเพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง
  4. ประเมินความเสี่ยง — วิเคราะห์วัตถุประสงค์การเปิดบัญชี, แหล่งที่มาของเงิน, อาชีพ, ธุรกรรมที่คาดหวัง
📊 ระดับการตรวจสอบ CDD
SDD
Simplified Due Diligence (SDD)
สำหรับลูกค้าความเสี่ยงต่ำ — ตรวจสอบลดลงได้ เช่น ลูกค้าที่เป็นหน่วยงานรัฐ
CDD
Customer Due Diligence (CDD) ปกติ
ต้องใช้กับลูกค้าทั่วไปทุกคน — ระบุตัวตน + ตรวจสอบ + บันทึก + ประเมินความเสี่ยง
EDD
Enhanced Due Diligence (EDD)
สำหรับลูกค้าความเสี่ยงสูง, PEP, ลูกค้าจากประเทศกลุ่มเสี่ยง — ต้องตรวจสอบเข้มข้นกว่า: แหล่งที่มาเงินละเอียด, โครงสร้างธุรกิจ, การทบทวนถี่ขึ้น
⚠️ กรณีลูกค้าไม่ให้ความร่วมมือ

หากลูกค้าปฏิเสธหรือไม่ให้ความร่วมมือในการแสดงเอกสารหรือข้อมูล ต้องปฏิเสธการทำธุรกรรม ทันที และอาจต้องรายงานเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (ปปง. 1-03)

📊 5. การจำแนกระดับความเสี่ยงลูกค้า (Risk Categorization)

สถาบันการเงินต้อง จำแนกลูกค้าตามระดับความเสี่ยง ด้าน AML/CTF โดยใช้ปัจจัย:

  • ปัจจัยด้านประเภทลูกค้า: บุคคลธรรมดา / นิติบุคคล / PEP / องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
  • ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์/บริการ: ผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูง (บัญชีออมทรัพย์ทั่วไป = ต่ำ, บัญชีนิติบุคคลซับซ้อน = สูง)
  • ปัจจัยด้านช่องทาง: ทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต / เคาน์เตอร์ / ตัวแทน
  • ปัจจัยด้านภูมิประเทศ: ประเทศกลุ่มเสี่ยงสูง (FATF ขึ้นบัญชีดำ/เทา)
🟢 ความเสี่ยงต่ำ 🟡 ความเสี่ยงปานกลาง 🔴 ความเสี่ยงสูง

ต้อง ทบทวนระดับความเสี่ยง ของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อมีข้อมูลเปลี่ยนแปลง

👤 6. PEP — บุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ

PEP (Politically Exposed Persons) คือ บุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ หรือเคยดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการฟอกเงินเนื่องจากอาจเข้าถึงเงินงบประมาณหรือทรัพย์สินของรัฐ

📌 ใครคือ PEP?
  • นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, สส., สว.
  • ผู้พิพากษาศาลสูง/ศาลรัฐธรรมนูญ
  • ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐ (ปลัดกระทรวง, อธิบดี)
  • ผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย
  • บุคคลในครอบครัว (คู่สมรส, บุตร, บิดามารดา) และผู้ใกล้ชิด (known close associates)
📌 มาตรการสำหรับ PEP
  • ต้องใช้ EDD (Enhanced Due Diligence) สำหรับ PEP ทุกราย
  • ต้องขออนุมัติจาก ระดับผู้บริหาร ก่อนเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรม
  • ต้องตรวจสอบ แหล่งที่มาของทรัพย์สินและเงินทุน อย่างละเอียด
  • ต้อง ติดตามและทบทวนความสัมพันธ์ อย่างต่อเนื่อง
  • แม้พ้นตำแหน่งแล้ว ยังคงมีความเสี่ยง — ต้องตรวจสอบต่อไปอีกอย่างน้อย 12 เดือน

💡 ข้อควรจำ: พนักงาน ธ.ก.ส. ต้องสามารถระบุ PEP ได้จากระบบฐานข้อมูลของธนาคาร และต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาทันทีหากพบว่าลูกค้าเป็น PEP

🏢 7. เจ้าของประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Ownership — BO)

การตรวจสอบ เจ้าของประโยชน์ที่แท้จริง คือการระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของหรือควบคุมนิติบุคคล ไม่ใช่แค่ชื่อที่ปรากฏในเอกสารจดทะเบียน

  • บังคับใช้กับ: นิติบุคคลทุกประเภทที่เปิดบัญชีกับ ธ.ก.ส.
  • ต้องตรวจสอบ: ผู้ที่ถือหุ้นตั้งแต่ 25% ขึ้นไป หรือมีอำนาจควบคุมนิติบุคคล
  • กรณีไม่สามารถระบุ BO ได้: ต้องตรวจสอบผู้บริหารระดับสูงสุด (CEO/กรรมการผู้จัดการ) เป็น BO แทน
  • ปรับปรุงข้อมูล: ต้องปรับปรุงข้อมูล BO เป็นระยะ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น

📋 8. การรายงานธุรกรรม — แบบรายงาน ปปง. ทุกประเภท

📌 ภาพรวมแบบรายงาน ปปง.

สถาบันการเงินต้องรายงานธุรกรรมตามที่กฎหมายกำหนดต่อสำนักงาน ปปง. ผ่าน ระบบ AMRAC (AML/CFT Risk Assessment & Case Management System) โดยมีแบบรายงานหลัก 5 ประเภท ดังนี้:

💰
แบบ ปปง. 1-01/1 รายงานธุรกรรมเงินสด
เงินสดเข้า-ออก ตั้งแต่ 2,000,000 บาท ขึ้นไปต่อครั้ง/รายการ ต้องรายงานภายใน 5 วันทำการ นับตั้งแต่วันทำธุรกรรม
รวมถึง: การฝาก ถอน โอน หรือแลกเปลี่ยนเงินสด ธนาคารจะต้องจัดทำรายงานแม้ธุรกรรมนั้นจะถูกปฏิเสธในภายหลังก็ตาม หากได้ดำเนินการในส่วนของเงินสดแล้ว
💎
แบบ ปปง. 1-01/2 รายงานธุรกรรมทรัพย์สินมีไข่เงินสด
ทรัพย์สินที่มีไข่เงินสด (เช่น ทองคำ, เพชร, โฉนด, รถ) ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5,000,000 บาท ขึ้นไป โดยรวมธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกันภายในวันเดียวกัน
💻
แบบ ปปง. 1-02 รายงานธุรกรรมการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์
กรณี 1: การโอนเงินด้วย เงินสด ตั้งแต่ 100,000 บาท ขึ้นไป
กรณี 2: การโอนเงิน ผ่านบัญชี ตั้งแต่ 700,000 บาท ขึ้นไป ต่อครั้ง/รายการ
หมายเหตุ: รวมถึงการโอนเข้า / โอนออก / โอนต่างประเทศ มีระยะเวลารายงาน 5 วันทำการ
🚨
แบบ ปปง. 1-03 รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (STR)
ไม่จำกัดจำนวนเงินขั้นต่ำ — แม้เพียง 1 บาท หากมีเหตุอันควรสงสัยก็ต้องรายงาน
  • พนักงานธนาคาร ต้องเป็นผู้จัดทำแบบรายงานเอง — ห้ามให้ลูกค้ากรอก
  • ต้องเก็บเป็น ความลับ — ห้ามเปิดเผยให้ลูกค้าหรือบุคคลภายนอกรู้
  • ระยะเวลา: รายงานทันที โดยไม่ชักช้า (as soon as practicable)
📱
แบบ ปปง. 1-04 รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย — ทางอิเล็กทรอนิกส์
ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยซึ่งดำเนินการผ่าน ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (Mobile Banking, Internet Banking) โดยเฉพาะ — ใช้สำหรับกรณีที่ข้อมูลบ่งชี้ความผิดปกติที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ช่องทางดิจิทัล
⚠️ Tipping-off — ข้อห้ามเด็ดขาด

การบอกหรือแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าถูก รายงานต่อ ปปง. หรือกำลังถูก สอบสวน ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย มี โทษทั้งจำคุกและปรับ ห้ามเด็ดขาดแม้จะเป็นการบอกโดยสุจริต

🔍 9. ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (STR) — พฤติกรรมที่พึงสังเกต

พฤติกรรมบ่งชี้ที่พบบ่อย
  • Structuring / Smurfing: แบ่งฝาก/โอนเงินเป็นจำนวนหลายครั้งในมูลค่าใกล้เคียงกัน เพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์รายงาน (เช่น ฝากครั้งละ 1.9 ล้านบาท หลายครั้ง) — ต้องรายงานแม้รายการเดียวไม่ถึงเกณฑ์
  • ขาดเหตุผลทางเศรษฐกิจ: ธุรกรรมไม่สอดคล้องกับฐานะ อาชีพ หรือพฤติกรรมที่ผ่านมา (เช่น เกษตรกรฝาก 1.8 ล้านสด)
  • ซับซ้อนผิดปกติ: ธุรกรรมหลายขั้นตอนไร้เหตุผลทางการเงิน, โอนเข้าออกหลายบัญชีในเวลารวดเร็ว
  • รีบร้อนผิดปกติ: ลูกค้าเร่งรัดให้ทำธุรกรรมเร็วผิดปกติ กดดันพนักงาน
  • ไม่สามารถอธิบายที่มา: ที่มาของเงินไม่ชัดเจน / เอกสารปลอมหรือถูกแก้ไข / คำอธิบายขัดแย้ง
  • เกี่ยวข้องกับประเทศกลุ่มเสี่ยง: ธุรกรรมจาก/ไปประเทศที่ FATF ขึ้นบัญชี
  • เปลี่ยนพฤติกรรมกะทันหัน: ลูกค้าที่ปกติไม่เคยทำธุรกรรมสูง อยู่ดี ๆ มีเงินสดจำนวนมาก
  • ใช้บัญชีผู้อื่น: บุคคลที่สามนำเงินมาฝาก/โอนเข้าบัญชีโดยไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจน (บัญชีม้า)
📝 ขั้นตอนเมื่อพบพฤติกรรมต้องสงสัย
  1. ทำ CDD เพิ่มเติม — สอบถามที่มาและวัตถุประสงค์ของธุรกรรม
  2. ประเมิน — หากยังไม่หายสงสัย ให้ปฏิเสธธุรกรรม
  3. จัดทำ ปปง. 1-03 — รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (พนักงานทำเอง ห้ามให้ลูกค้ากรอก)
  4. เก็บเป็นความลับ — ห้าม Tipping-off เด็ดขาด
  5. ส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชา — ผช.ผจข. / ผจข. อนุมัติและส่งต่อ ปปง.

💾 10. การเก็บรักษาข้อมูลและเอกสาร

สถาบันการเงินต้องเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AML/CTF ตามข้อกำหนดของ ปปง.:

  • ข้อมูลลูกค้า: เก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี นับแต่วันที่สิ้นสุดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับลูกค้า
  • ข้อมูลธุรกรรม: เก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี นับแต่วันที่ทำธุรกรรม
  • แบบรายงาน ปปง.: เก็บตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • รูปแบบการเก็บ: เอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ต้องสามารถเรียกตรวจสอบได้เมื่อ ปปง. ร้องขอ

🛡️ 11. พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

พ.ร.ก. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568

กฎหมายที่ออกมาเพื่อรับมืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะ บัญชีม้า และ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับ AML

📌 ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร
  • บัญชีม้า: การเปิดบัญชีหรือให้ยืมใช้บัญชีแก่ผู้อื่นโดยไม่สุจริต หรือโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด มีความผิดตามกฎหมาย — โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรการร่วมรับผิดชอบ: สถาบันการเงินต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในความเสียหายของลูกค้าหากไม่ดำเนินการตามมาตรฐานที่ ธปท. กำหนด
  • การอายัด/ระงับธุรกรรม: เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย ให้ธนาคารระงับธุรกรรมไว้ก่อนได้ และแจ้ง ปปง./ตำรวจ
  • การแลกเปลี่ยนข้อมูล: ธนาคารสามารถเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
⚠️ บัญชีม้า — ภัยใกล้ตัว

พนักงาน ธ.ก.ส. ต้องสังเกตพฤติกรรมที่เข้าข่ายบัญชีม้า: บุคคลที่สามนำเงินสดมาฝากเข้าบัญชีผู้อื่น, เปิดบัญชีแล้วให้ผู้อื่นใช้, มีการแจ้งรหัส OTP/รหัสบัญชีให้บุคคลอื่น การตรวจสอบ KYC/CDD สำหรับกรณีต้องสงสัยบัญชีม้าต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ

📚 12. การอบรมพนักงานด้าน AML

ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินที่มีหน้าที่รายงาน ต้องจัดให้มีการอบรมพนักงานด้าน AML/CTF อย่างสม่ำเสมอ:

  • จัดให้มี การอบรม AML ประจำปี สำหรับพนักงานทุกคน
  • ครอบคลุมหัวข้อ: กฎหมาย ปปง., KYC/CDD, การรายงานธุรกรรม, การสังเกตพฤติกรรมต้องสงสัย, Tipping-off
  • พนักงานใหม่ต้องได้รับการอบรม AML ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
  • พนักงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมต่างประเทศ / ธุรกรรมขนาดใหญ่ต้องได้รับการอบรม EDD/PEP เฉพาะด้าน
  • ต้องมี การทดสอบความรู้ หลังการอบรม
  • บันทึกการอบรมต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย 5 ปี

🏛️ 13. การกำกับดูแลโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ธปท. มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลสถาบันการเงินด้าน AML/CTF ร่วมกับ ปปง.:

  • กำหนด มาตรฐานการปฏิบัติ ด้าน AML สำหรับธนาคารพาณิชย์และ ธ.ก.ส.
  • ตรวจสอบ Compliance ของธนาคารในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ปปง.
  • กำกับดูแลให้ธนาคารมี ระบบงาน AML ที่เหมาะสม — ระบบตรวจสอบธุรกรรม (Monitoring System), ระบบคัดกรอง (Screening System)
  • กำหนด มาตรการร่วมรับผิดชอบ ตาม พ.ร.ก. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี
  • ตรวจสอบ การอบรมพนักงาน ด้าน AML ของธนาคาร
  • มีอำนาจ ลงโทษทางปกครอง แก่ธนาคารที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด

⚖️ 14. บทลงโทษ — แยกตามประเภทความผิด

🪪
ละเลย KYC/CDD
ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท + ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง
📋
ละเลยการรายงาน / ปกปิดข้อมูล
โทษทางวินัย (ว่ากล่าวตักเตือน ลดขั้นเงินเดือน ไล่ออก) + โทษทางอาญา (จำคุกและปรับ) ขึ้นอยู่กับความร้ายแรง
🤫
Tipping-off
จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ. ปปง.)
💸
ความผิดฐานฟอกเงิน
จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตรา 9)
🪪
บัญชีม้า (พ.ร.ก. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
🏛️
สถาบันการเงินไม่ปฏิบัติตาม
ปรับทางปกครองโดย ปปง. — ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท รวมทั้งอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตโดย ธปท.

⚠️ 15. ข้อควรระวังสำหรับผู้ช่วยผู้จัดการสาขา (ผช.ผจข.)

📌 หน้าที่และความรับผิดชอบของ ผช.ผจข. ด้าน AML
  • ควบคุมพนักงานให้ทำ KYC/CDD ทุกครั้ง — กำกับดูแลให้พนักงานปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
  • อนุมัติรายงาน ปปง. 1-03 อย่างเป็นความลับ — ห้ามเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องทราบ
  • ควบคุมธุรกรรมเงินสดเกิน 2 ล้านบาท — ให้ส่งรายงานทันทีภายใน 5 วันทำการ
  • ตรวจสอบการอบรม AML — ตรวจสอบว่าพนักงานทุกคนผ่านการอบรม AML ประจำปี
  • เป็นแบบอย่างที่ดี — สร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติตามกฎหมายภายในสาขา
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย — รับทราบประกาศ/แนวปฏิบัติใหม่จาก ปปง. และ ธปท.
  • รายงานต่อผู้จัดการสาขา — เมื่อพบความผิดปกติหรือความเสี่ยงด้าน AML ในสาขา
🚨 ข้อห้ามสำคัญสำหรับ ผช.ผจข.
  • ห้าม ละเลย/เมินเฉย เมื่อพนักงานไม่ทำ KYC/CDD
  • ห้าม บอกลูกค้า ว่าถูกรายงาน ปปง. (Tipping-off)
  • ห้าม อนุมัติรายงานโดยไม่ตรวจสอบ ความถูกต้อง
  • ห้าม ปิดบัง เมื่อพบการกระทำผิดด้าน AML ในสาขา

📝 ข้อสอบวิเคราะห์สถานการณ์ AML/CTF

10 ข้อ · เลือกตอบ · ครอบคลุม KYC/CDD · การรายงาน · Structuring · PEP · Tipping-off · EDD · บัญชีม้า · พ.ร.ก. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ข้อ 1 · CDD + STR
นายแดง เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในจังหวัดสุพรรณบุรี เดินทางมาธนาคารพร้อมเงินสด 1.8 ล้านบาท บอกว่าต้องการเปิดบัญชีและฝากเงินจำนวนนี้ เมื่อพนักงานตรวจสอบประวัติและผลผลิตในรอบปี พบว่านายแดงปลูกข้าวเพียง 10 ไร่ ผลผลิตต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และในประวัติไม่เคยมีธุรกรรมเงินสดสูงขนาดนี้มาก่อน สิ่งที่พนักงานควรปฏิบัติคืออะไร?
เปิดบัญชีและฝากเงินตามปกติ เพราะลูกค้ามาเองและมีบัตรประชาชน — 1.8 ล้านยังไม่ถึงเกณฑ์รายงาน 2 ล้าน
ปฏิเสธการทำธุรกรรมทันที เพราะเงินสดจำนวนมากผิดปกติสำหรับเกษตรกรรายย่อย
ดำเนินการ CDD อย่างละเอียด สอบถามที่มาของเงิน หากยังมีเหตุอันควรสงสัยให้ปฏิเสธธุรกรรมและจัดทำแบบ ปปง. 1-03 รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (STR)
รับฝากเงินไว้ก่อน แล้วให้ลูกค้ากรอกแบบรายงานธุรกรรมเงินสดด้วยตนเอง
✅ เฉลย: ข้อ ค

เหตุผล: เมื่อที่มาของเงินไม่สอดคล้องกับฐานะของลูกค้า (CDD Section 4) พนักงานต้องทำ CDD อย่างละเอียด (อาจต้องใช้ EDD หากเข้าข่ายความเสี่ยงสูง) หากยังมีเหตุอันควรสงสัยให้ปฏิเสธธุรกรรมและรายงาน ปปง. 1-03 (Section 9 — STR) การให้ลูกค้ากรอกแบบรายงาน (ข้อ ง) เป็นสิ่งต้องห้าม — พนักงานต้องเป็นผู้จัดทำเอง (Section 8 — แบบ 1-03)

📖 อ้างอิง: หัวข้อ 4 (KYC/CDD) + หัวข้อ 8 (แบบ 1-03) + หัวข้อ 9 (STR)
ข้อ 2 · KYC + Identity Verification
นางสาวขวัญมาเปิดบัญชีใหม่ที่ ธ.ก.ส. โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนที่ดูเหมือนของจริง พนักงานตรวจสอบด้วยสายตาพบว่าภาพถ่ายบนบัตรดูไม่เหมือนนางสาวขวัญเท่าใดนัก แต่ลายน้ำและโฮโลแกรมสมบูรณ์ นางสาวขวัญรีบร้อนและบอกว่าต้องการเปิดบัญชีให้เสร็จภายใน 5 นาที พนักงานควรทำอย่างไร?
เปิดบัญชีให้เร็วที่สุดตามที่ลูกค้าต้องการ เพราะเอกสารดูสมบูรณ์
ขอตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม ตรวจสอบใบหน้าเปรียบเทียบกับบัตรอย่างละเอียด หากยังไม่แน่ใจให้ปฏิเสธการเปิดบัญชีและรายงานตามขั้นตอน
เปิดบัญชีให้ก่อน แล้วค่อยตรวจสอบทีหลัง
บอกให้ลูกค้าไปเปิดบัญชีกับธนาคารอื่นแทน
✅ เฉลย: ข้อ ข

เหตุผล: ตามหลัก KYC/CDD (Section 4) พนักงานต้องระบุตัวตน (Identification) และตรวจสอบตัวตน (Verification) ก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง หากไม่แน่ใจในตัวตนของลูกค้าต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ห้ามเปิดบัญชีแล้วตรวจสอบทีหลัง (ข้อ ค) เพราะหากเป็นเอกสารปลอมจะเกิดความเสียหายตามมา หากยังไม่แน่ใจให้ปฏิเสธและรายงาน ข้อ ก และ ง ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย

📖 อ้างอิง: หัวข้อ 4 (KYC/CDD — Identification + Verification)
ข้อ 3 · Structuring/Smurfing + STR
ลูกค้าที่เป็นเกษตรกรรายย่อยมาขอโอนเงินออกจากบัญชีจำนวน 750,000 บาท โดยบอกว่าเป็นการชำระค่าสินค้าเกษตร พนักงานตรวจสอบพบว่าบัญชีนี้เพิ่งเปิดได้ 3 วัน มีการฝากเงินสดเข้าหลายครั้งในจำนวน 1.5-1.9 ล้านบาท และเพิ่งมีการโอนเงินออกไปแล้ว 2 ครั้งในสัปดาห์นี้ พนักงานควรดำเนินการอย่างไร?
โอนเงินให้ตามปกติ เพราะไม่เกินเกณฑ์รายงาน 2 ล้านบาทต่อครั้ง
จัดทำรายงานธุรกรรมเงินสด (ปปง. 1-01/1) เท่านั้น — เนื่องจากฝากเกิน 2 ล้านรวมกัน
ทำ CDD เพิ่มเติม และเนื่องจากรูปแบบธุรกรรมเข้าข่าย Structuring/Smurfing — แบ่งฝากเพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์รายงาน — ให้จัดทำแบบ ปปง. 1-03 รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย และปฏิเสธธุรกรรม
แจ้งลูกค้าว่าเข้าข่ายต้องถูกตรวจสอบและขอให้หยุดทำธุรกรรม
✅ เฉลย: ข้อ ค

เหตุผล: พฤติกรรมเข้าข่าย Structuring/Smurfing (Section 9) — การแบ่งฝากเงินครั้งละใกล้เคียง 2 ล้าน เพื่อเลี่ยงเกณฑ์รายงาน (Section 8 — เกณฑ์ 1-01/1 อยู่ที่ 2 ล้าน) บัญชีเพิ่งเปิดและเคลื่อนไหวผิดปกติไม่สมอาชีพเกษตรกร ต้องทำ CDD/EDD เพิ่มเติม (Section 4) และจัดทำ STR 1-03 (Section 8) การแจ้งลูกค้า (ข้อ ง) เข้าข่าย Tipping-off (Section 8) ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย

📖 อ้างอิง: หัวข้อ 4 (CDD/EDD) + 8 (แบบ 1-01/1, แบบ 1-03) + 9 (Structuring/Smurfing + Tipping-off)
ข้อ 4 · ผช.ผจข. — การควบคุมพนักงาน
ผช.ผจข. ตรวจพบว่าพนักงานในสาขาทำ KYC/CDD ไม่ครบถ้วนสำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีใหม่หลายราย โดยไม่ได้ขอเอกสารแสดงตนและไม่ได้บันทึกข้อมูลในระบบ ผช.ผจข. ควรทำอย่างไร?
ปล่อยผ่าน — เป็นหน้าที่ของพนักงานแต่ละคน
ตักเตือนพนักงาน ให้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ครบถ้วนทันที พร้อมกำชับให้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด และบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
ปิดบัญชีลูกค้าเหล่านั้นทั้งหมดโดยไม่บอกกล่าว
รายงานไปยังผู้จัดการสาขาและ ปปง. ทันทีโดยไม่ดำเนินการใด ๆ
✅ เฉลย: ข้อ ข

เหตุผล: ตามข้อควรระวังสำหรับ ผช.ผจข. (Section 15) ต้องควบคุมให้พนักงานทำ KYC/CDD ทุกครั้ง การละเลย KYC/CDD มีโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท + ปรับวันละ 10,000 บาท (Section 14) ผช.ผจข. ควรตักเตือนและแก้ไขข้อมูลให้ครบถ้วนทันที การปล่อยผ่าน (ข้อ ก) อาจทำให้สาขาและตนเองมีความรับผิดทางกฎหมาย

📖 อ้างอิง: หัวข้อ 4 (KYC/CDD) + 14 (บทลงโทษ — ละเลย KYC/CDD) + 15 (ผช.ผจข.)
ข้อ 5 · Structuring + STR
ลูกค้ามาฝากเงินสด 1.95 ล้านบาท พนักงานสอบถามว่าทำไมไม่นำมาฝากพร้อมกัน 2 ล้านในคราวเดียว ลูกค้าตอบว่า "ไม่อยากให้ถึงเกณฑ์รายงาน จะได้ไม่ยุ่งยาก" พนักงานควรปฏิบัติอย่างไร?
รับฝากเงินตามปกติเพราะยังไม่ถึง 2 ล้านบาท ไม่ต้องรายงาน
ข่มขู่ลูกค้าว่าการกระทำนี้ผิดกฎหมายและแจ้งตำรวจ
รับฝากเงิน แต่ต้องจัดทำทั้งรายงานธุรกรรมเงินสด (ปปง. 1-01/1) แม้เงินสดจะน้อยกว่า 2 ล้าน แต่เมื่อมีพฤติกรรมหลายครั้งรวมกันต้องรายงาน และต้องจัดทำแบบ ปปง. 1-03 เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัย — ลูกค้าพยายามหลีกเลี่ยงเกณฑ์รายงาน
แจ้ง ปปง. และปฏิเสธธุรกรรมทันที
✅ เฉลย: ข้อ ค

เหตุผล: คำพูดของลูกค้าส่อเจตนาหลีกเลี่ยงเกณฑ์รายงาน (Section 9 — Structuring) แม้ครั้งนี้ 1.95 ล้านยังไม่ถึงเกณฑ์เดี่ยว แต่ وقتی มีพฤติกรรมหลายครั้งรวมกันที่เข้าข่าย Structuring (Section 9) ต้องรายงาน ปปง. 1-03 (STR — Section 8) ซึ่งไม่จำกัดจำนวนเงินขั้นต่ำ การข่มขู่ลูกค้า (ข้อ ข) หรือแจ้งตำรวจ (ข้อ ง) ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง — ต้องรายงานต่อ ปปง. ตามขั้นตอน

📖 อ้างอิง: หัวข้อ 8 (แบบ 1-01/1 + แบบ 1-03) + หัวข้อ 9 (Structuring/Smurfing)
ข้อ 6 · Tipping-off
พนักงานสงสัยว่าลูกค้ารายหนึ่งมีพฤติกรรมฟอกเงิน และจัดทำแบบ ปปง. 1-03 ส่งให้ ผช.ผจข. อนุมัติแล้ว ต่อมาลูกค้าโทรมาถามว่า "เมื่อวานที่มาทำธุรกรรม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทำไมธนาคารถึงโทรไปหาเบอร์บ้านเรา" พนักงานควรตอบอย่างไร?
บอกความจริงว่าถูกรายงานต่อ ปปง. เพื่อให้ลูกค้ารับทราบ
ปฏิเสธอย่างสุภาพว่าไม่มีอะไรผิดปกติ พร้อมแจ้ง ผช.ผจข. ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
วางสายและไม่ตอบคำถาม
บอกว่าเป็นนโยบายธนาคารที่ต้องโทรหาลูกค้าทุกราย
✅ เฉลย: ข้อ ข

เหตุผล: การบอกลูกค้าว่าถูกรายงานต่อ ปปง. ถือเป็น Tipping-off (Section 8) ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย — จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (Section 14) พนักงานต้องปฏิเสธอย่างสุภาพ ไม่เปิดเผยข้อมูล และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อจัดการ การวางสาย (ข้อ ค) อาจสร้างความสงสัยมากขึ้น

📖 อ้างอิง: หัวข้อ 8 (Tipping-off) + หัวข้อ 14 (บทลงโทษ Tipping-off)
ข้อ 7 · CDD + EDD + Foreign Risk
ลูกค้าต่างชาติเดินทางมาที่สาขาพร้อมเงินสดสกุลต่างประเทศมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านบาท ขอเปิดบัญชีและฝากเงินเข้าบัญชี แต่ไม่มีเอกสารที่ทางราชการไทยรับรอง นอกจากหนังสือเดินทางที่กำลังจะหมดอายุ และไม่มีหลักฐานแหล่งที่มาของเงิน พนักงานควรทำอย่างไร?
ปฏิเสธการทำธุรกรรม เนื่องจากไม่สามารถทำ CDD ได้อย่างเพียงพอ (Identification ไม่สมบูรณ์, ไม่มีหลักฐานที่มา) และจัดทำแบบ ปปง. 1-03 ประกอบ — ธุรกรรมเงินสดเกิน 2 ล้านต้องรายงาน 1-01/1 ด้วย
เปิดบัญชีให้ก่อน แล้วค่อยขอเอกสารเพิ่มเติมทีหลัง
รับฝากเงินแต่ไม่ต้องเปิดบัญชี
เปิดบัญชีให้ เพราะต่างชาติมีหนังสือเดินทางก็น่าจะเพียงพอ
✅ เฉลย: ข้อ ก

เหตุผล: CDD (Section 4) ต้องมีการตรวจสอบตัวตนที่เพียงพอ หากไม่สามารถตรวจสอบได้ (Identification ไม่สมบูรณ์, Verification ไม่ผ่าน) ต้องปฏิเสธ (Section 4 — กรณีลูกค้าไม่ให้ความร่วมมือ) ธุรกรรมเงินสด 2.5 ล้านต้องรายงาน 1-01/1 (Section 8) และมีเหตุอันควรสงสัยชัดเจนต้องรายงาน 1-03 (STR — Section 8, 9) การเปิดบัญชีแล้วตรวจสอบทีหลัง (ข้อ ข) เป็นความเสี่ยงสูงมาก

📖 อ้างอิง: หัวข้อ 4 (KYC/CDD) + หัวข้อ 8 (แบบ 1-01/1 + แบบ 1-03) + หัวข้อ 5 (Risk Categorization — ภูมิประเทศ)
ข้อ 8 · Ongoing Monitoring + PEP/Foreign Risk
พนักงานตรวจสอบพบว่าบัญชีของลูกค้ารายหนึ่งซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร มีการโอนเงินเข้าจากต่างประเทศเดือนละประมาณ 300,000 บาท เป็นประจำ 8 เดือนติดต่อกัน แหล่งที่มาเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงสูงด้านการฟอกเงิน ลูกค้าตอบว่า "เป็นเงินที่ลูกชายส่งมาจากทำงานต่างประเทศ" แต่ตรวจสอบแล้วไม่มีหลักฐานการทำงาน พนักงานควรทำอย่างไร?
เชื่อคำบอกของลูกค้า — ไม่ใช่เงินสด และฝากกันเป็นประจำทุกเดือน
ดำเนิน EDD (Enhanced Due Diligence) — ขอหลักฐานการทำงาน/ที่มาของเงินอย่างละเอียด ตรวจสอบความสัมพันธ์กับประเทศกลุ่มเสี่ยง หากยังสงสัยให้จัดทำ ปปง. 1-03
บล็อกบัญชีลูกค้าทันทีโดยไม่ต้องสอบถาม
แจ้งลูกค้าว่าจะต้องรายงานธุรกรรมนี้ให้ ปปง. ทราบ
✅ เฉลย: ข้อ ข

เหตุผล: เมื่อข้อมูลไม่สอดคล้องกับโปรไฟล์ (Section 5 — Risk Categorization — ประเทศกลุ่มเสี่ยงสูง) ต้องใช้ EDD (Section 4 — EDD) ซึ่งเป็นการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น หากยังมีเหตุอันควรสงสัยให้รายงาน 1-03 (Section 8) การแจ้งลูกค้าว่าจะรายงาน ปปง. (ข้อ ง) เข้าข่าย Tipping-off ซึ่งผิดกฎหมาย (Section 8) การบล็อกบัญชีทันที (ข้อ ค) ไม่ใช่แนวทาง — ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน

📖 อ้างอิง: หัวข้อ 4 (CDD/EDD) + 5 (Risk Categorization — ภูมิประเทศ) + 8 (แบบ 1-03, Tipping-off)
ข้อ 9 · Behaviour Change + ผช.ผจข. oversight
ผช.ผจข. ได้รับแจ้งจากพนักงานว่ามีธุรกรรมเงินสดเข้า 2.3 ล้านบาท จากลูกค้าที่เป็นสมาชิก ธ.ก.ส. มา 10 ปี ไม่เคยมีประวัติผิดปกติ พนักงานทำรายงาน ปปง. 1-01/1 เรียบร้อยแล้ว แต่สังเกตว่าลูกค้ารายนี้ปกติไม่เคยทำธุรกรรมเงินสดสูงขนาดนี้มาก่อน ผช.ผจข. ควรทำอย่างไร?
อนุมัติรายงานและถือว่าจบ — ลูกค้ามีประวัติดี ไม่ต้องสงสัย
สั่งให้พนักงานสอบถามเพิ่มเติมถึงที่มาของเงิน หากมีความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยให้จัดทำ ปปง. 1-03 เพิ่มเติม และเก็บเป็นความลับ
โทรศัพท์หาลูกค้าเพื่อสอบถามด้วยตนเอง
ละเว้นการรายงานเพราะลูกค้าเป็นสมาชิกเก่าแก่
✅ เฉลย: ข้อ ข

เหตุผล: แม้ลูกค้าจะมีประวัติดี แต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมกะทันหัน (Behaviour Change — Section 9) เป็นเหตุอันควรสงสัย — โดยเฉพาะธุรกรรมเงินสด 2.3 ล้านที่ต้องรายงาน 1-01/1 (Section 8) และพฤติกรรมผิดปกติที่ต้องตรวจสอบต่อ ผช.ผจข. ต้องสั่งการให้พนักงานสอบถามเพิ่มเติม (Section 15) หากมีเหตุสงสัยให้รายงาน 1-03 การโทรหาลูกค้าเอง (ข้อ ค) อาจเกิด Tipping-off โดยไม่ตั้งใจ

📖 อ้างอิง: หัวข้อ 8 (แบบ 1-01/1 + แบบ 1-03) + 9 (Behaviour Change) + 15 (ผช.ผจข.)
ข้อ 10 · Group Structuring + BO + STR
พนักงานพบว่าลูกค้า 3 คนมาเปิดบัญชีพร้อมกัน แต่ละคนนำเงินสดมาฝากคนละ 1.9 ล้านบาทในวันเดียวกัน ทั้งสามคนอ้างว่าเป็นเงินจากการขายที่ดินแปลงเดียวกัน แต่พนักงานตรวจสอบพบว่าที่ดินเป็นของบุคคลอื่นซึ่งไม่ได้มาธนาคารด้วย และเอกสารสัญญาซื้อขายที่ลูกค้าแสดงดูถูกแก้ไข พนักงานตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทั้งสามคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลเดียวกันในฐานะผู้ถือหุ้นนิติบุคคลแห่งหนึ่ง พนักงานควรทำอย่างไร?
รับฝากเงินทั้ง 3 ราย เพราะรายละไม่ถึง 2 ล้านบาท
รับฝากเงินแต่ขอเอกสารเพิ่มเติมทีหลัง
ปฏิเสธธุรกรรมทุกราย ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงการตรวจสอบ Beneficial Ownership (BO) ว่ามีเจ้าของประโยชน์ที่แท้จริงร่วมกันหรือไม่ และจัดทำแบบ ปปง. 1-03 สำหรับทั้ง 3 ราย เนื่องจากเป็นการร่วมกันกระทำการเพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์รายงาน (Structuring)
รับฝากไว้ก่อน แล้วค่อยแจ้งตำรวจทีหลัง
✅ เฉลย: ข้อ ค

เหตุผล: พฤติกรรมของลูกค้าทั้ง 3 คนเข้าข่าย Structuring/Smurfing (Section 9) อย่างชัดเจน — แบ่งฝากคนละ 1.9 ล้านเพื่อเลี่ยงเกณฑ์รายงาน 2 ล้าน (Section 8 — แบบ 1-01/1) ร่วมกับเอกสารสัญญาที่ถูกแก้ไข การที่ทั้งสามคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลเดียวกันต้องตรวจสอบ Beneficial Ownership (BO) (Section 7) ว่ามีเจ้าของประโยชน์ที่แท้จริงร่วมกันหรือไม่ ต้องรายงาน STR 1-03 (Section 8) สำหรับทุกราย

📖 อ้างอิง: หัวข้อ 7 (Beneficial Ownership) + 8 (แบบ 1-01/1, 1-03) + 9 (Structuring/Smurfing)
📚 Master กลับหน้าหลัก