📊

อัตราส่วนทางการเงิน & การตรวจสอบงบทดลอง

แบบทดสอบเตรียมสอบ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส.
← กลับหน้าหลัก
📖 อัตราส่วนทางการเงิน 5 กลุ่ม

💰 กลุ่ม 1: วัดความสามารถในการทำกำไร (Profitability)

1.1 Gross Profit Margin (อัตรากำไรขั้นต้น)
Gross Profit Margin = (ยอดขาย – ต้นทุนขาย) / ยอดขาย × 100
ยิ่งสูง ยิ่งดี — แสดงว่าบริหารต้นทุนได้ดี
1.2 ROA (Return on Assets)
ROA = กำไรสุทธิ / สินทรัพย์รวม × 100
ยิ่งสูง ยิ่งดี — แสดงประสิทธิภาพการใช้ทรัพย์สินสร้างกำไร
1.3 EBITDA
EBITDA = กำไรจากการดำเนินงาน + ค่าเสื่อมราคา + ค่าตัดจำหน่าย
ใช้เป็นตัวแทนกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
สำคัญมากสำหรับการคำนวณ ICR และ DSCR

💧 กลุ่ม 2: วัดสภาพคล่อง (Liquidity)

2.1 Current Ratio
Current Ratio = สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน
ปกติควรได้ ≥ 2 เท่า
ถ้าน้อยกว่า 1 แสดงว่ามีปัญหาสภาพคล่องรุนแรง
💡 สูตรจำง่าย: "สินทรัพย์หมุนเวียน หาร หนี้สินหมุนเวียน" → ตอบว่า อย่างน้อย 2 เท่า ถ้าถูกถามเรื่องค่าปกติ

⚖️ กลุ่ม 3: วัดภาระหนี้สิน (Leverage / Debt)

3.1 D/E Ratio (Debt to Equity)
D/E Ratio = หนี้สินรวม / ส่วนของเจ้าของ
ไม่ควรเกิน 1 เท่า — ถ้าเกินแสดงว่าพึ่งเงินกู้มากเกินไป
3.2 D/A Ratio (Debt to Assets)
D/A Ratio = หนี้สินรวม / สินทรัพย์รวม
ไม่ควรมากกว่า 1 เท่า (เนื่องจากหนี้สินรวม ≤ สินทรัพย์รวม เสมอ)
🚨 จุดจำ: D/E สูง = บริษัทมีหนี้มาก = ความเสี่ยงสูง = банкability ต่ำ

🚨 กลุ่ม 4: วัดความสามารถชำระหนี้ (Repayment Capacity)

🚨 จุดเน้นสอบ! กลุ่มนี้เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการวิเคราะห์สินเชื่อ ธ.ก.ส.
4.1 ICR (Interest Coverage Ratio)
ICR = EBITDA / ดอกเบี้ยจ่าย
ควรได้ 3 – 5 เท่า ขั้นต่ำ ต้อง > 1 เท่า
ICR วัดว่ากำไรจากกิจการเพียงพอจ่ายดอกเบี้ยหรือไม่
4.2 DSCR (Debt Service Coverage Ratio)
DSCR = EBITDA / (ดอกเบี้ยจ่าย + ต้นเงินกู้ที่ถึงกำหนดชำระ)
ควรได้ 3 – 5 เท่า ขั้นต่ำ ต้อง > 1 เท่า
DSCR วัดว่ากำไรเพียงพอจ่ายทั้งดอกเบี้ย และ ต้นเงินหรือไม่
🔑 ความแตกต่าง ICR vs DSCR:
• ICR หารแค่ ดอกเบี้ยจ่าย เท่านั้น
• DSCR หารทั้ง ดอกเบี้ย + ต้นเงินกู้ ที่ครบกำหนด
→ DSCR จึงเข้มงวดกว่า ICR เสมอ

📈 กลุ่ม 5: ประเมินผลตอบแทนโครงการ (Project Return)

5.1 NPV (Net Present Value)
NPV = มูลค่าปัจจุบันรายได้ – มูลค่าปัจจุบันรายจ่าย
ต้อง ≥ 0 ถึงจะยอมรับโครงการได้
NPV > 0 หมายถึงโครงการสร้างมูลค่าเพิ่ม
5.2 IRR (Internal Rate of Return)
IRR = อัตราคิดลดที่ทำให้ NPV = 0
ต้อง > อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ถึงจะยอมรับ
5.3 B/C Ratio (Benefit-Cost Ratio)
B/C Ratio = PV รายได้ / PV รายจ่าย
ต้อง > 1 เท่า ถึงจะยอมรับ
5.4 Payback Period (ระยะเวลาคืนทุน)
Payback Period = เงินลงทุนเริ่มต้น / กระแสเงินสดต่อปี
ยิ่งสั้น ยิ่งดี — แสดงว่าคืนทุนเร็ว
🔍 การตรวจสอบงบทดลอง (Trial Balance) ในระบบ FMIS

📋 หลักการตรวจสอบงบทดลอง

หลักการพื้นฐาน
งบทดลอง: Dr. = Cr. เสมอ
ตรวจสอบรายงาน ZGL05 — double-click เพื่อดูเลขที่เอกสาร
💡 รหัสเอกสารใน ZGL05:
1 = สินทรัพย์
2 = ลูกหนี้/AR
7 = รายการ Interface กับ CBS
8 = การบันทึกลง GL

💵 ตรวจสอบบัญชีเงินสดในมือ

บัญชีเงินสดในมือ ใช้รหัสบัญชี 10100100
ต้องตรงกับเงินจริงเสมอ
🚨 สำคัญ! เงินสดในมือต้องกระทบยอดตรงทุกยอด ห้ามคลาดเคลื่อน

🔄 กระทบยอด CBS กับ FMIS

ใช้รายงาน YGLR005
ดูคอลัมน์ "จำนวนเงินที่แตกต่าง"
ต้องเป็น 0 เสมอ
💡 ถ้าคอลัมน์ "จำนวนเงินที่แตกต่าง" ≠ 0 แสดงว่ามีรายการ.interface ไม่ตรง ต้องตรวจสอบทันที

⚠️ ตรวจบัญชีพัก (Suspense Accounts)

🚨 บัญชีพักทุกบัญชีต้องเป็น 0 เสมอ!
รหัสบัญชีพักที่ต้องตรวจ
  • 25001001 — พักเงินสด CBS
  • 25001000 — พักเงินฝาก
  • 25001002 — พักแคชเชียร์เช็ค
  • 25000100 — พักเงินกู้
ถ้าบัญชีพักมียอด ≠ 0 แสดงว่ามีรายการค้าง处理 ต้องตามรอยและจัดการให้เสร็จ

📑 รายงานที่ใช้ตรวจสอบ

  • ZTLRJGL (Teller Journal GL) — ดูรายการเคลื่อนไหวของเคาน์เตอร์
  • ZSCA220B (Rejected Transaction) — ดูรายการที่ทำไม่สำเร็จ (ย้อนหลัง 1 วัน)
  • ZGL05 — ดูรายการ GL รายวัน
  • YGLR005 — กระทบยอด CBS-FMIS
ข้อ 0 / 20
⭐ 0 คะแนน